RSS
 

Posts Tagged ‘วิ่งรถ’

กฎหมายน่ารู้ โดยทนายปลา เรื่องวิ่งรถ แล้วผิดสัญญาจ้าง

05 Jun

สวัสดีครับ ผมมีคำถามอยากถาม ทนายปลา หน่อยครับ เพื่อนผมคนนึงร่วมกันกับหุ้นส่วนอีก 1 คน ออกรถบัสใหญ่ มา 1 คันครับ วิ่งรับงานทั่วไปครับ ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อ ไปรับงานจากรพ.แห่งหนึ่งในจ.ทางภาคใต้ครับ งาน 6 วัน ราคาวันละ 15000 บาท โดยประมาณนะครับ แล้วทางเขา ขอเซ็นสัญญา คล้ายๆ กับว่าเซ็นเพื่อกันเบี้ยวอะไร ประมาณนี้ครับ เพื่อนผมก็เซ็นไป รายละเอียดในสัญญา คงประมาณว่า ต้องรับผิดชอบวิ่งงานไห้ครบ 6 วัน ห้ามหนี ห้ามเลิกก่อน แต่ ตอนจะไปวิ่งรถไห้ทางรพ.นะครับ ผลปรากฏว่า หุ้นส่วนที่ว่า คุยกันกับคนที่รับงานรพ.มาไห้ แล้วเกิดเคลียร์ปัญหาเรื่องเงินค้างเก่ากันไม่ลงตัว ทางหุ้นส่วนได้สั่งคนขับรถบัสว่าไม่ต้องไปรับงานรพ.แล้ว คนขับก็เลยไม่ได้ไปวิ่งงานไห้รพ. ผลที่ออกมานะครับ
- ทางรพ.ได้หารถมาวิ่งแทนรถเพื่อนผม แต่ว่าเพื่อนผมไปวิ่งแทนมา 1 วันครับ เอารถคนอื่นไป แต่เพื่อนผมขับเอง
- ทางรพ.ได้แจ้งว่าจะฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย เค้าบอกว่า ทำไห้เค้าเสียชื่อเสียง (ยังไม่ได้คุยกันกับรพ.นะครับ)
- เค้าไปแจ้งความกับทาง โรงพักแล้วครับ
ขอถามว่า
- ถ้าเค้าฟ้องเรียกค่าเสียหาย ทางเราต้องชดใช้อะไรบ้างครับ
- เงินที่เซ็นสัญญา ตกลงกันไว้ 90000 กว่าบาท แต่ไห้คนอื่นวิ่งแทน เราไม่ได้วิ่งเอง เค้าฟ้องได้อะไรมั่งครับ
- ทางเราผิดเต็มๆ เลยหรือเปล่าครับ คือตกลงกันว่าจะวิ่งไห้ แต่ ไม่ได้ไป ไห้คนอื่นไปแทน คงจะเสียเวลาเรียกรถไหม่ไปแทนนิดหน่อยครับ 2-3 ชม.
- ตอนนี้แก้ใขอย่างไรดีครับ

ขอบคุณมากๆ ครับ

รถบัสมือสอง

ตอบโดย ทนายปลา

 

ประมวลแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 575 วางหลักเกณฑ์ไว้ว่า ”อันว่าจ้างแรงงาน คือสัญญาซึ่งบุคคลหนึ่งเรียกว่าลูกจ้าง ตกลงทำงานให้แก่อีกบุคคลหนึ่งที่เรียกว่านายจ้าง และนายจ้างตกลงจะให้สินจ้าง”

ในเรื่องนี้เป็นเรื่องผิดสัญญาจ้างกัน เพื่อนคุณเซ็นสัญญาดังกล่าวกับร.พ แสดงว่า คู่กรณีในสัญญานี้ คือเพื่อนคุณกับกับร.พ ดังนั้นเมื่อฝ่ายใดไม่ปฏิบัติตามสัญญาย่อมถือว่าฝ่ายนั้นเป็นผู้ผิดสัญญา ทำให้อีกฝ่ายเสียหายอย่างไร เท่าไหร่ เป็นเรื่องที่ต้องแสดงหลักฐานพิสูจน์กัน
ในสัญญาครั้งนี้เพื่อนคุณ มีความผิดมากอยู่ ที่ทำงานไม่ครบตามสัญญาดังกล่าว และทางร.พ. คงรู้ตัวว่างานนี้สำคัญมากถ้าเกิดรถทัวร์ไม่มา หรือมา-แต่ทำงานไม่ครบวันเขาจะวุ่นวายเสียหายมาก ถึงขนาดต้องให้เพื่อนคุณทำสัญญาครั้งนี้ไว้เป็นประกันต่อกัน
การที่เพื่อนคุณ อ้างว่ายังได้เงินค่าจ้างครั้งก่อนไม่ครบ หรือจะมีปัญหาอะไรกับกับการจ้างครั้งก่อนก็ตาม เพื่อนคุณจะนำมาอ้างเพื่อเป็นเหตุในการปฏิเสธความรับผิดในครั้งนั้ไม่ได้ (แม้ว่าตัวลูกหนี้ หรือเจ้าหนี้จะเป็นคน ๆเดียวกันก็ตาม) ภาษากฎหมายเขาเรียกว่า มัน”คนละมูลหนี้กัน”
จีงเห็นได้ว่าเมื่อทางร.พ.ได้เข้าแจ้งความแล้ว ขั้นตอนต่อมาทนายความจะทำหนังสือแจ้งมายังเพื่อนคุณว่า เพื่อนคุณผิดประพฤติสัญญาฉบับดังกล่าว เขาจึงขอเลิกสัญญาดังกล่าว และเรียกค่าเสียหายเป็นเงินจำนวน….บาท ให้เพื่อนคุณนำมาชดใช้ภายในกี่…วันจากนั้นทนายก็จะดำเนินการฟ้องคดีเพื่อนคุณต่อศาล เพื่อนคุณก็รอรับจดหมาย กับหมายเรียกต่างๆ ตามลำดับ
เพื่อเป็นการผ่อนหนักให้เป็นเบา เพื่อนคุณต้องรีบติดต่อทางร.พ.โดยด่วน หรือให้หุ้นส่วนเขาเป็นผู้ติดต่อก็ได้
รีบทำการเจรจา ขอโทษขอโพย ถามว่าเขาจะเรียกเท่าไร แล้วก็ทำเป็นหนังสือประนีประนอมกันว่าตกลงจะจ่ายค่าเสียหายกันที่ตัวเลขเท่าไร (ซึ่งถ้าเจรจา ลดหย่อนได้ ช่วยเขียนมาบอกก่อน เพราะมีรายละเอียดเรื่องประนีประนอมอีก)
เพื่อนคุณต้องชดใช้ค่าเสียหายหลักๆดังนี้

1.ค่าเสียหาย จากการที่ร.พ.ต้องจ้างเจ้าใหม่มาทำงานแทนเป็นกรณีเร่งด่วน
เพื่อนคุณต้องถามร.พ.ว่าวันนั้นเขาแก้ปัญหาอย่างไร เพราะเขาต้องไปจ้างรถจากเจ้าอื่น เขาอาจต้องจ่ายค่าจ้างรถเจ้าใหม่ในราคาที่สูงกว่าวันละ15,000- ก็ย่อมเป็นได้ ซึ่งเขาต้องจ่ายเพิ่มเท่าไหร่ ทางร.พ.สามารถนำมาคิดรวมในค่าเสียหายครั้งนี้ได้ (ซึ่งทางเขาก็ต้องแสดงใบเสร็จให้เราทราบว่าเขาจ่ายไปจริงเท่าไหร่ หรือถ้าเรื่องขึ้นศาลจริงก็ต้องแสดงให้ศาลเห็นตามที่อ้างด้วย)

2.ค่าเสียหาย จากการที่เขาต้องเสื่อมเสียชื่อเสียงในครั้งนี้ ทางร.พ.ต้องแสดงหลักฐานว่าเขาเสียชื่อเสียงอย่างไรในวันนั้น จากเหตุอะไร แล้วนำมาคำนวณว่าคิดเป็นค่าเสียหายแล้วประมาณเท่าไหร่

3.ค่าเสียหายอื่นๆ ที่เขามีหลักฐานพิสูจน์ได้ เช่น อาจต้องไปรับบุคคลสำคัญ แล้วพอเกิดเหตุนี้ ทำให้บุคคลท่านนั้นไม่มาใช้ร.พ.เขาอีก หรือรถไม่มาทำให้หมอผ่าตัดคนไข้ไม่ทัน คนไข้เสียฃีวิตหรืออาการหนักขึ้น (ไม่ทราบข้อเท็จจริงในส่วนที่ว่า จ้างรถทัวร์วิ่งรับใครบ้าง,มีความสำคัญ-จำเป็นระดับไหน)

4.ดอกเบี้ยร้อยละ7.5 ต่อปีนับแต่วันที่เพื่อนคุณผิดสัญญาจ้าง

5.ค่าทนายคาวม (ถ้าเพื่อนคุณปล่อยไว้จนถึง ทนายมีหนังสือมา แสดงว่าทางร.พได้ว่าจ้างทนายความหรือปรึกษาคดีแล้ว)

6.ค่าฤชาธรรมเนียมศาลในการฟ้องคดี ให้ฝ่ายเขาอีก (ถ้าปล่อยไว้จนเรื่องขึ้นสู่ศาล แต่ยังบอกไมได้ว่าประมาณเท่าไหร่ ต้องดูว่าร.พ.จะฟ้องยอดที่เท่าไหร่ถึงจะรู้เกณฑ์ชำระค่าธรรมเนียมศาลได้)

ส่วนการที่เพื่อนคุณไปวิ่งรถเอง 1 วัน( เป็นเงินที่ตกลง ว่าวันละ15,000-) อาจลองคุยกับร.พ.ขอลดในส่วนนี้ แต่ก็ทำให้ลดได้นิดหน่อยเท่านั้น
ขอย้ำว่า ให้รีบคุย และยอมรับผิด แล้วขอลดหย่อน ขอทยอยผ่อนชำระไป แล้วอย่าลืมช่วยเขียนมาบอกด้วยถ้าประนีประนอมได้นะคะ
อนึ่งหากได้ทราบข้อเท็จจริงที่ละเอียดขึ้น อาจทำให้คำปรึกษาเปลี่ยนไป จึงขอออกตัวว่าให้คำปรึกษาตามข้อเท็จจริงในข้างต้นเท่านั้น

 

ทนายแมวมาแย้งว่า

ผมเองในฐานะที่ทำงานเป็นที่ปรึกษากฎหมายในสำนักงาน และสถาบันการเงินมา 10 กว่าปี (ปัจจุบันเป็นผู้จัดการฝ่ายกฎหมายของสถาบันการเงินต่างชาติ) ขอแสดงความเห็นแย้งนิดนึงนะครับ หวังว่าคงไม่ว่านะครับ

กรณีของเพื่อสมาชิกท่านนี้เป็นเรื่องของการ “จ้างทำของ” ครับ ไม่ใช่การจ้างแรงงาน เพราะการจ้างแรงงานนั้นก็หมายถึงการจ้างลูกจ้าง พนักงานของบริษัท ห้างร้านต่างๆทั่วๆไปครับ การจ้างให้เอารถมาวิ่งงานของ รพ. นี้ เป็นการจ้างที่มุ่งหวังผลสำเร็จของงาน คือ ให้วิ่งรับงานของ รพ. ให้เสร็จตามที่ตกลงกันไว้ ส่วนการวิ่งนั้น ทางผู้รับจ้าง (สังเกตุนะครับว่าผมไม่ใช้คำว่า “ลูกจ้าง”) จะวิ่งอย่างไร ใช้เส้นทางแบบไหน ใช้คนขับกี่คน อะไรทำนองนี้ ทางผู้ว่าจ้าง (เช่นกันผมไม่ใช้คำว่า “นายจ้าง”) ไม่ควบคุมครับ จะใช้วิธีอย่างไรในการวิ่งงานก็ได้ ขออย่างเดียวให้งานเสร็จตามที่ตกลงกันไว้ก็พอ ลักษณะเหมือนกรณีคุณไปจ้างวาดภาพ หรือจ้างผู้รับเหมามาสร้างบ้านแบบนั้นแหละครับ ภาษากฎหมายเขาเรียกว่า “จ้างทำของ” ส่วนที่ทางคุณ nop69 กล่าวมานั้นเขาเรียกว่า “จ้างแรงงาน”

ข้อแตกต่างที่สำคัญระหว่างจ้างแรงงานกับจ้างทำของก็เช่น

1. อย่างแรกเลย การจ้างแรงงานนั้นอยู่ภายใต้บังคับของกฎหมายแรงงานต่างๆ เช่น พรบ. คุ้มครองแรงงานฯ (ลูกจ้างได้รับความคุ้มครองในเรื่องต่างๆ เช่น วัน เวลาการทำงาน วันหยุด ค่าชดเชยฯลฯ) พรบ. ประกันสังคม (นายจ้างต้องส่งเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมให้ลูกจ้าง) และอื่นๆอีกหลายกฎหมาย แต่การจ้างทำของผู้รับจ้างไม่ได้รับความคุ้มครองในส่วนนี้ครับ
2. ประการต่อมา เมื่อไม่ใช่สัญญาแบบเดียวกัน บทบัญญัติของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่จะนำมาใช้บังคับก็เป็นคนละมาตรากัน ผมเองจำมาตราไม่ได้นะครับ เพราะว่าตำรับ ตำราส่วนใหญ่อยู่ที่ทำงานหมด ขอให้รู้เอาไว้แค่ว่า กฎหมายแพ่งในส่วนจ้างแรงงาน จะนำมาใช้กับจ้างทำของไม่ได้ครับ

ส่วนประเด็นเรื่องการที่ทาง รพ. เขาไปแจ้งความเอาไว้นั้นไม่ต้องกลัวครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องทางแพ่งไม่ได้มีความผิดอาญาแต่อย่างใด ตำรวจเขาไม่มีทางมาจับคุณไปเข้าคุก เข้าตะรางได้อยู่แล้วครับ ตำรวจเขาแค่รับแจ้งความโดยลงบันทึกประจำวันเป็นหลักฐานเท่านั้นครับ เรื่องทางแพ่งนั้นทางผู้เสียหายต้องมาว่ากล่าวเอากับทางฝ่ายที่ผิดสัญญาเอง หากเจรจาประนีประนอมกันได้ก็จบ แต่ถ้าไม่ได้ก็ต้องฟ้องศาลเอาครับ นี่ว่ากันตามกฎหมายนะครับ แต่ถ้าทาง รพ. จะมาด้วยวิธีใต้ดินแบบใช้อิทธิพลมืดอะไรเนี่ย ก็ลำบากหน่อยนะครับ กฎหมายก็อาจจะช่วยอะไรไม่ได้

สำหรับเรื่องค่าเสียหายนั้น ทาง รพ. เขาก็ต้องเรียกค่าเสียหายจากการผิดสัญญากับทางคุณเอาว่าเขาเสียหายอะไรเท่าไหร่ อย่างเช่นการที่เขาต้องไปจ้างคนอื่นมาวิ่งแทนคุณ ถ้าหากเขาต้องเสียค่าจ้างให้เจ้าอื่นนั้นมากกว่าวันละ 15000 บาท คุณก็ต้องรับผิดชอบตามจำนวนนั้น เพราะนั่นคือสิ่งที่ชัดเจนว่าเป็นความเสียหายของเขา ส่วนเรื่องเสียชื่อเสียงนี่ ผมว่าไม่น่าห่วงมากเท่าไหร่นะครับ เพราะความเสียหายในลักษณะนี้มันพิสูจน์ยาก (ภาระการพิสูจน์เป็นของทาง รพ.) แล้วก็ตีราคาออกมาเป็นมูลค่ายากด้วย ตรงนี้ถ้าขึ้นศาลแล้วคุณได้ทนายเก่งๆหน่อย เขาจะสามารถโต้แย้ง หรือค้านให้มันฟังไม่ขึ้น ไม่มีน้ำหนักได้ครับ

 
 
GCLUB คาสิโนออนไลน์ แทงบอลออนไลน์