ดร.สาโรจน์ :
ถ้าจะชดเชยให้คนเสื้อแดงรายละ 10 ล้าน ก็คงต้องชดเชยให้ข้าราชการ ชุดรักษาความปลอดภัย และผู้เสียชีวิตทุกคน(นอกจากโจร)กับเหตุการณ์ความไม่สงบในภาคใต้รายละไม่น้อยกว่า 10 ล้าน เช่นกันนะ ไม่เช่นนั้นแล้วจะดูไม่ดีมากๆเลยล่ะ

ศจ. มานพ : เราเห็นด้วยนะกับเค้านะ แต่ส.ส.เองจะช่วยกันจ่ายเพราะเค้าช่วยให้ได้เข้าสภา
ดร.สาโรจน์ : 5555 แจ่มจริง แต่ไม่รู้ว่า ถ้าไม่มีเสื้อแดง ส.ส.ของพวกเค้าอาจเข้าสภามามากกว่านี้ก็ได้นะ
สาวน้อยนักศึกษา ม. เอกชน : พรรค ควักเองสิคร๊ะ อย่ามาเบียดเบียนเงินภาษีพวกนู๋นะ
ดร.สาโรจน์ : ถูกต้องแล้วทั้งน้องแข และของศจ. มานพ แต่ดูจากที่เสื้อแดงไม่ได้เก้าอี้ รมต. ในขณะที่ ป้าธิดาก็ดูเอ๋อๆ(คุณทักษิณห้ามตอแยกับทหารมาแล้ว จำได้ไหมเรื่องน้ำล้างเท้า) ผมว่านาทีนี้คงยากที่คุณทักษิณจะให้รางวัลคนเสื้อแดง ถ้าไม่รู้เขา(ทหารยังภาพพจน์ดีสง่ากว่า) รู้เรา(ภาพพจน์เพื่อไทยยังดูแย่มาก) ก็ไม่ใช่คุณทักษิณแล้ว
ศจ. มานพ : จริงแล้วนะเราว่าคุณทักษิณเอาเงินไปตั้งสหกรณ์แดงก็ดีนะ มีได้หลายรูปแบบอย่าง ณาปนกิจสงเคราะห์คุณทักษิณอภิธรรม ข้าวถุงคุณทักษิณไรซ์โนลอง คุณทักษิณแท๊กซี่ออฟเรด จะได้เป็นการสสมนาคุณเมมเบอร์พร้อมขยายฐานสมาชิก อย่างทั่วถึงเลย
ปล.ไหนๆใจจริงแกนนำแดงก็อย่างดึงพรรคค่อนไปทางพรรคแรงงานพรรคกรรมกรอยู่แล้ว ก็อย่าเหนียมเลย ไปขอตังค์มาทำธุรกิจแบบคอมมูนเลย จะดีจะเจ๊งให้มันรู้ไปเลยว่า บ้านเรามันเปิดรับแนวคิดจริงๆ หรือยัง อย่าดีแต่พูด
เบื่อนักการเมืองไทยชอบพูด ชอบคิด แต่ไม่ชอบทำ เวลาทำพลาดก็ซ้ำเติมกัน เวลาบังเอิญดีก็สมอ้างกัน ….
ศจ. มานพ : เกลียดเสื้อฟ้า ว่าเสื้อแดง แช่งเสื้อเหลือง เคืองเสื้อเขียว
ขอแค่อันเดียวคือ ผ้าเหลือง สงบปาก สงบใจ ไว้เป็นดี สาธุ สาธุ
ดร.สาโรจน์ : แนวคิดเรื่องพรรคกรรมกร พรรคแรงงานนี้โอเคดีนะ ที่จริงคุณทักษิณ ควรจะมีภาพพจน์เป็นนักการเมืองที่เอื้อผลประโยชน์ให้กับตระกูลตัวเอง อันเดียวก็แย่แล้ว แต่ดันไปเอาตลกสภาโจ๊กมาทำงาน ก็เลยกลายเป็นมาเล่นเกมส์ “ชอบพูด” แบบเดียวกับ ประชาธิปัตย์ พอมีคนมาท้าปาฐกถาแบบนี้ ปชป. มีหรือจะยอม ก็ยิ่งเล่นเกมส์ “ชอบพูด” หนักขึ้นไปอีก มันก็เลยทำให้นักการเมืองทั้งใหม่เก่าวนกลับมาเป็นเรื่อง การตีฝีปาก ดีแต่พูด ดี่แต่ด่า ถากถางกัน สมใจนักการเมืองเก่าๆๆ และประชาชนก็ยิ่งเบื่อการเมืองมากขึ้น พอคนเบื่อการเมืองมากขึ้น ประชาธิปไตยก็ ถอยหลังไปเรื่อยๆ ไม่มีใครพูดเรื่องการเมือง เพราะมันน่าเบื่ออย่างที่เห็นๆกัน
ศจ. มานพ : ไม่รู้สิทุกวันนี้ เห็นแดงกลายเป็น Democrat / labor ส่วน ฟ้า Republican / Conservative (เข้าใจว่าใจจริงก็ไม่ได้อยากเป็น แต่สถานการณืมันพาไป) ของบ้านเขามันชัดดีนะพวกหนึ่งหัวปฏิรูป อีกพวกหัวอนุรักษ์นิยม ไม่กั้ก มีแอบบ้างนิด แต่ของเรามัน แกงโฮ๊ะ ชัดๆ ผลงานก็เลยต้องให้หลวงพี่ฉันท์เพล อย่างเรากินไม่ไหว
ดร.สาโรจน์ : 555 แกงโฮะจริงๆ ศจ. มานพพูดแบบนี้แล้วทำให้เรานึกไปถึงสมัยเมื่อกว่า 10 ปีก่อน ที่นโยบายพรรคการเมืองคือ “ปกป้องประเทศชาติ ทะนุบำรุงศาสนา เทิดทูนสถาบัน และรักษาไว้ซึ่งประชาธิปไตย” ถ้าเป็นแบบเมื่อก่อน ก็รอเงินแจกก่อนเลือกตั้งเท่านั้นเอง ใครแจกเยอะกว่า ก็กาเบอร์นั้นแล้วก็จบกระบวนการ เปรียบแล้ว แกงโฮะเมื่อ 10 ปีก่อนคงไม่มีรสชาติอะไรเลยสักกะจิ๊ด จืดเหมือนต้มจืด แกงโฮะปัจจุบันก็กำลังออกรสชาติ สักพักอาจกลายเป็น แกงส้ม ยำวุ้นเส้น ได้ดังใจ ลองรอไปอีกสัก 10 ปีดู
ศจ. มานพ : โอเค อีก 10 ปีเจอกันแต่หวังว่าจะเป็น Labor VS Conservative นะ ถ้าเป็น Republican ละก็วงแตกแน่ ลุงเขียวแกได้ใช้แสตนด์ Star Platinum หยุดเวลาการเมืองอีก 10 ปี 555
ดร.สาโรจน์ : 5555 Star Platinum มันคลาสสิคน่ะ แค่ปัจจุบันนี้ก็ ร้องย้ากๆๆ กันวันเว้นวันแล้ว กลัวใครที่ไหนล่ะลุงเขียว ภาพรวม Labor VS Conservative นี่ก็น่าจะไม่ผิดไปจากนี้นะ แต่ ณ วินาทีปัจจุบัน Conservative ใต้แบรนด์ ปชป. มันภาพลบมากๆเลย จะมีลุ้นฟื้นขึ้นมาอีกเมื่อไรหนอ อีกอย่างฐานคะแนนของ Conservative จะแก่ตายหมดก่อนระบบจะเกิดหรือเปล่าน่ะ อนุรักษ์แยกจากอุปถัมภ์ยาก(สำหรับเมืองไทย) อุปถัมภ์ใครก็ร้องยี้ หรือว่าผม bias เกินไปหว่า
ศจ. มานพ : ไม่หรอก ไม่ biasไปหรอก ดร.สาโรจน์เชื่อไหม เราทำงานแบบราชการพบว่า มันเป็นระบบอนุรักษ์นิยมชัดๆ
โดยแทบทุกอนู คนที่อยู่ในระบบก็เรียกร้องหาแนวคิดก้าวหน้า แต่เชื่อไหมกลับไม่มีใครกล้าออกมาท้าทายเพื่อพิสูจน์ความคิดตัวเอง เขากลัวบทลงโทษจากระบบอนุรักษ์นิยมที่รุนแรงมากกว่าแนวคิดก้าวหน้าอย่างลิบลับ
เศร้าใจนะ ที่ระบบซึ่งไม่มีชีวิต สามารถบอนไซคนที่มีชีวิตให้อยู่ในแบบแผนได้อย่างเหลือเชื่อ ไอ้คำว่า “ผมรับผิดชอบเอง” มันหมายความว่าอย่างไร มันไม่ควรมีไม่ใช่เหรอ เมื่อเราก้าวไปข้างหน้าทุกคนต้องรับผิดชอบร่วมกัน ไม่ใช่ใครเอาไปทำเท่ห์หากินคนเดียว
ศจ. มานพ : เราว่าจะเกิดพื้นที่ใหม่ๆให้กับคนที่ไม่ต้องการระบบอุปถัมภ์ และสังคมจะเริ่มแยกส่วนจากกันกลับไปเหมือนเดิม แต่ขาดจากกันกว่าเดิม คุณค่าของระบบอุปถัมภ์จะถูกจำกัดหรือทำลายคุณค่าลง ความต้องการจะลดลง จากการเกิดพื้นที่ใหม่ๆ เพราะจะเห็นว่าการรู้จักตำรวจ ครู ข้าราชการรัฐ มีความต่อชีวิตลดลง สู้ 7-11 Lotus BigC Dtac LH PS ไม่ได้ เพราะรัฐก็พยายามพัฒนากลไกที่ทำงานให้ได้มากขึ้น มีประสิทธิภาพขึ้น เป็น One Stop Service แต่สัมผัสกับคนน้อยลง ขณะที่เอกชนเข้ามาทำหน้าที่แทนแ
ศจ. มานพ : และเงินมาข้าก็ทำงาน ตรงไปตรงมา ส่วนคนที่อยู่ตรงกลางรอยต่อระหว่างคนกับราชการจะสามารถตักตวงผลประโยชน์จากพื้นที่รุ่งสางอย่างเต็มที่ ถึงแม้จะมีการตรวจเข้มข้นก็ตาม เพราะมันได้กลายเป็น Untouchable Competency ไปแว้ว
ดร.สาโรจน์ : post ก่อนหน้านี้ 2 อัน อ่านแล้วรู้สึกอบอุ่นมาก จิตขณะที่เขียนออกมาประกอบด้วยเมตตาแน่นอนเลย…. ขนาดองค์กรแนวหน้าของประเทศยังเป็นงานแบบราชการเลย โอ้วว มันคงไม่ง่าย ถ้าต้องการจะก้าวหน้าจริงๆ มีวิธีเดียวต้องแยกตัวออกมาสร้างองค์กรใหม่ แต่ความกระหายที่จะผลักดันแนวคิดก้าวหน้าที่อยู่ในใจทุกคน ก็คงจะอัดๆๆๆกันเหมือนสปริงที่ถูกกดแน่นลงทุกวันๆ วันนึงก็คงจะเด้งขึ้นไปตามกฏของธรรมชาติ
ศจ. มานพ : May It Be … One day
แค่คนกล้าพูดคนนึงยังถูกนับว่าเป็นตัวประหลาด
ดร.สาโรจน์ : ถ้าเอาตามที่ศจ. มานพวิเคราะห์มา คุณทักษิณคงจะผูกขาดอำนาจไว้เป็น 20 ปีได้เลย(แต่อายุแกจะถึงหรือเปล่า) เพราะเป็นขาขึ้นชัดเจนนี่ แล้วมันไม่เหมือนสมัยคุณทักษิณ1 ด้วยนะ เพราะตอนนี้มันคือการปฏิรูปชัดๆเลย
ดร.สาโรจน์ : เราก็เป็นตัวประหลาดทั้ง 2 คน แต่ผมมีอิสระมากกว่าศจ. มานพนิดนึง
ศจ. มานพ : เราว่าไม่ไหวหรอก คงเจ๊งบ๊งเพราะเหล่าลิ่วล้อนั่นหล่ะ แถมเขาก็แค่อยากได้อำนาจ ซึ่งในพื้นที่ใหม่มันไม่มีเจ้าของชัดเจน จะเอาแบบซื้อเสียงก็ไม่ได้เพราะตังค์ไม่พอขนาดมูลค่าตลาดบ้านเรายังใหญ่กว่ามาเลย์ สู้แกไปซื้อตลาดประเทศเล็กยังจะเป็นไปได้มากกว่า แถมเราเชื่อว่ามีผู้กล้าที่ไม่ยอมยกให้ง่ายๆเยอะแยะ
ประวัติศาสต์เองก็บอกว่า MS ไม่สามารลบ กุ๊กกิ๊ก และ กุ๊กกิ๊ก ก็ไม่สามารถถีบ FB กระเด็นได้ ผลไม้สามารถ ก็ยังสามารถหวนคืน
ส่วนพรรคฟ้าคงแย่ลงตามสภาพเพราะไม่เข้าใจอะไรเลย อาจกลายเป็นแค่พรรคพื้นถิ่น เพราะหากพรรคแดงยึดภาพหัวก้าวหน้าสำเร็จสมบูรณ์ พรรคฟ้าจะแบ่งพื้นที่ให้ได้อย่างไรในเมื่อคนรุ่นต่อไปเป็นพวกหัวก้าวหน้ามากกว่าชัดๆ ต้องรอให้ความก้าวหน้ามันกัดกินตัวเองแบบชาติที่พัฒนาแล้วก็นานเกินไปอ่ะ
ดร.สาโรจน์ : อืมม จริงด้วย ผมมองแคบไปหน่อย ฮ่าๆ พอดีไปนึกถึงโมเดลของ มหาเทย์ กับ ลีกวนยู นึกว่าบ้านเราจะมีฮีโร่กะเค้าซะที
ศจ. มานพ : เราว่าของเค้าใช้อำนาจรัฐในการยึดพื้นที่ใหม่ๆได้เยอะ เลยรักษาอำนาจไว้ได้ ไม่ใช่ปล่อยสัมปทานออกมามากเกิน แล้วค่อยมาหาทางจำกัดอำนาจใหม่แบบ กสทช. เราว่าการสร้างตลาดสมบูรณ์เป็นหัวใจสำคัญเลย ถ้าทำแล้วก็คือการเปลี่ยนมือก็ไม่ควรทำ เหนื่อยมากตอนหลัง
ดร.สาโรจน์ : โอ้ว ไม่อยากเชื่อว่านี้จะเป็นทัศนะคติของ วิศวะกร ผมไม่ได้เหยียดสีสาขาวิชา เหมือนเหยียดสีผิวนะ แต่ต้องเป็นคนที่เข้าใจพื้นฐานเศรษฐกิจมากๆ ถึงจะพูดแบบนี้ได้นะ นะ นะ น่าไปเรียนต่อ เศรษฐศาสตร์ธุรกิจที่ NIDA นะ จบแล้วไปเป็นอาจารย์ หรือไปเป็นนักวิจัย แบบ ดร.สมเกียรติ เทพไปเลย
ศจ. มานพ : ไม่เอาอ่ะ เบื่อพูดจาไม่ค่อยรู้เรื่อง
ดร.สาโรจน์ : จะเก็บอำนาจไว้ในรูปแบบเดิม TOT & CAT ก็เน่า ปล่อยออกมาเป็นกสทช. ก็เน่า เฮ้อ ฮ่าๆๆ เสียดาย ขอแบ่งผู้บริหาร ปตท. สักคนนึงมาเป็น คนดูแล TOT ได้ป่ะ