วิธีลดน้ำหนักด้วยการปรับพฤติกรรม

16

การลดน้ำหนักด้วยการกินอาหารตามสูตรนั้น จะสามารถลดน้ำหนำได้มากหรือน้อยนั้น นอกจากจะขึ้นอยู่กับสรีระของแต่ละคนแล้ว ยังต้องคำนึงถึงพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการทำให้การลดน้ำหนักของคุณไม่เป็นผล แถมยังทำให้น้ำหนักขึ้นอีกด้วย วันนี้เรามีวิธีลดน้ำหนักด้วยการปรับพฤติกรรมมาฝากกันค่ะ

  1. อย่าให้รางวัลตัวเองด้วยการกินอาหารที่ชอบ เพราะการที่คุณให้รางวัลกับความสำเร็จของตัวเองด้วยการพากันไปกินอาหารตามใจปาก สังสรรค์กันอย่างสนุนสาน มีความสุขกับการกิน อาจทำให้คุณน้ำหนักขึ้นได้อย่างไม่ทันตั้งตัวอีกด้วยค่ะ
  2. อย่ากักตุนอาหารไว้ในตู้เย็น สาวๆ ที่มักจะชอบซื้ออะไรต่อมิอะไรเยอะแยะมาเก็บไว้ในตู้เย็น แล้วอ้างว่า เตรียมไว้เพื่อรับรองแขกบ้าง ไว้เลี้ยงเพื่อนๆ บ้าง แต่สุดท้ายแล้ว คุณเองนั่นแหละที่จะอดใจไม่ไหวแล้วก็จัดการกับอาหารเหล่านั้นเพียงคนเดียว เพราะฉะนั้นแล้ว หากไม่อยากอ้วนก็ควรจะกำจัดของกินในตู้เย็นโดยด่วน คุณจะได้ไม่เผลอหยิบติดมือมารับประทานได้ง่ายๆ นั่นเอง แต่ถ้าคุณสาวๆ อยากมีอาหารติดไว้ในตู้เย็นบ้าง ขอแนะนำว่า ควรจะเป็นผักสด ผลไม้ และอาหารเพื่อสุขภาพทั้งหลาย ที่มีไขมันต่ำจะดีที่สุดค่ะ
  3. ระวังเรื่องสลัดน้ำข้นๆ หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมกินสลัดทุกวันแต่ยังอ้วนขึ้นอีก เพราะคุณลืมไปว่า ตัวเองทานผักสลัดกับสลัดน้ำข้นนั่นเองค่ะ คุณรู้หรือไม่ว่า สลัดน้ำข้นๆ นั้นอุดมไปด้วยครีม นม และไขมัน ซึ่งหากรับประทานเข้าไปมากๆ  แม้จะทานกับผักก็เถอะค่ะ ร้อยทั้งร้อย อ้วนอย่างไม่ต้องสงสัยเลยล่ะค่ะ

เพียงแค่คุณปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ และตัวขัดขวางการลดน้ำหนักของคุณ คุณก็จะสามารถลดน้ำหนักอย่างได้ผลที่น่าพอใจแล้วค่ะ

 

วิธีลดน้ำหนักที่คุณไม่ควรพลาด

17

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่อยากจะมีรูปร่างที่สวยเพียวกระชับ สมสัดส่วนล่ะก็ ต้องห้ามพลาดวิธีลดน้ำหนักที่เรานำมาฝากคุณในวันนี้เลยนะคะ

  1. ออกกำลังกาย ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญสุดๆ ในการลดน้ำหนัก ที่คนทั่วโลกแนะนำ เนื่องจากการออกกำลังกายจะช่วยในการเผาผลาญแคลอรีให้กลายเป็นพลังงานได้คราวละมากๆ และเป็นวิธีลดน้ำหนักที่ดีที่สุด เพราะว่าการออกกำลังกาย นอกจากจะช่วยให้ลดน้ำหนักได้แล้ว ยังช่วยรักษาน้ำหนักให้คงที่ในระยะยาว และยังจะมีกล้ามเนื้อที่แข็งแรงอีกด้วยค่ะ
  2. ลดการดื่ม ชา กาแฟ คุณทราบหรือไม่ว่าการดื่มชาหรือกาแฟ เพียงแค่ 2 แก้วต่อวัน ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คุณอ้วนได้ โดยเฉพาะหากใครชอบใส่ครีมเทียมในกาแฟจะทำให้คุณได้รับแคลอรี่มากขึ้นไปอีกโดยไม่รู้ตัว รวมทั้งกาแฟสดหรือชาเย็นทั้งหลายด้วยค่ะ
  3. กินดาร์กช็อกโกแลต ใช่ค่ะ คุณไม่ได้ฟังผิดหรอกค่ะ เรากำลังแนะนำให้คุณกินช็อกโกแลต แต่ไม่ใช่ช็อกโกแลตทั่วๆ ไปนะคะ ต้องเป็นดาร์กช็อกโกแลตเท่านั้นค่ะ ถึงจะมีสารแอนตี้ออกซิเดนท์ ที่เป็นประโยชน์กับร่างกายของคุณสาวๆ และไม่ทำให้อ้วนอีกด้วยค่ะ
  4. 4. กินข้าวกล้อง โดยปกติคุณมักจะเลือกกินข้าวขาวเป็นประจำ แต่คุณจะได้ประโยชน์จากข้าวขาวเพียงแค่คาร์โบไฮเดรตเท่านั้นค่ะ แต่หากคุณหันมากินข้าวกล้องแทน คุณจะได้ทั้งคาร์โบไฮเดรต วิตามิน เกลือแร่ มากมาย และจมูกข้าวที่ไม่ได้ถูกขัดสีออกไป ซึ่งทำให้ร่างกายได้รับประโยชน์มากกว่า และข้าวกล้องยังมีใยอาหารที่ช่วยในการย่อยได้ดีอีกด้วยค่ะ

การที่คุณจะลดน้ำหนักได้ดีนั้น คุณควรที่จะหาเพื่อนร่วมอุดมการณ์ในการลดน้ำหนักก็ดีนะคะ ลองหาเพื่อนที่มีแนวคิดเดียวกับคุณดูซิคะ แล้วชวนกันมาลดน้ำหนัก จะทำให้คุณมีกำลังใจขึ้นอีกเยอะเลยค่ะ

สิ่งที่ควรทำในการลดน้ำหนัก

18

ในการลดน้ำหนักนั้น มีองค์ประกอบมากมายหลายวิธีที่จะช่วยให้คุณประสบความสำเร็จในการลดน้ำหนัก วันนี้เรามีแนวทางการลดน้ำหนักมาให้คุณเลือกปฏิบัติกันค่ะ มาดูกันเลยซิคะว่าคุณทำได้รึเปล่า

  1. แบ่งทานแค่บางส่วนไม่ต้องทานจนหมด หลายๆ คนบ่นเสียดายอาหารที่อยู่ตรงหน้าไม่อยากเหลือทิ้งไว้ แต่สำหรับกฎเกณฑ์ของการลดความน้ำหนักแล้ว คุณไม่จำเป็นต้องทานจนหมดหรอกค่ะ ถ้าหากเสียดายคุณควรจะแบ่งอาหารในจานให้เป็น 4 ส่วน แล้วทานเพียงแค่ 3 ส่วน ก็พอค่ะ
  2. อย่าทานอะไรหลังจากทานมื้อเย็นแล้ว คุณไม่ควรทานขนมหรืออาหารอะไรหลังจากคุณทานอาหารเย็นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ยิ่งใกล้เวลาเข้านอนด้วยยิ่งต้องห้ามค่ะ เพราะการนอนทำให้ร่างกายทุกส่วนได้หยุดพักผ่อน ดังนั้นหากคุณทานอาหารเข้าไปอาหารก็จะไม่ถูกย่อยและจะกลายเป็นไขมันสะสมอยู่ในร่างกายของเรา ทำให้อ้วนขึ้นได้ค่ะ
  3. ในหนึ่งวันควรทานหลายๆ มื้อ แต่เป็นมื้อเล็กๆ เนื่องจากมีผลการศึกษาวิจัยพบว่า การทานอาหาร 4-5 มื้อเล็กๆ ในแต่ละวันนั้น จะช่วยควบคุมระบบการเผาผลาญและความอยากอาหารได้ดีกว่าการที่คุณทานอาหารมื้อปกติ 3 มื้อ โดยระหว่างมื้ออาหารนั้น คุณอาจจะเลือกทานผลไม้ เพื่อให้คุณอิ่ม และไม่หิวมากจนกระทั่งถึงมื้อต่อไปด้วยค่ะ

นอกจากนี้การเลือกภาชนะสำหรับใส่อาหารก็เป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งนะคะ ที่จะช่วยให้คุณลดน้ำหนักลงมาได้ คุณลองหาจานที่สีเข้มๆ อย่างเช่นสีน้ำเงินจะทำให้คุณลดความอยากลงไปได้บ้างค่ะ และภาชนะที่ใส่ก็ควรจะเล็กลงด้วยนะคะเพื่อเป็นการลดปริมาณการตักอาหารได้อีกด้วยค่ะ

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงในช่วงของการลดน้ำหนัก

19

มีข้อห้ามมากมายหลายอย่างที่จะช่วยให้การลดน้ำหนักของคุณได้ผล วันนี้เราได้รวบรวมสิ่งต่างๆ ที่คุณควรหลีกเลี่ยงในช่วงของการลดน้ำหนักมาฝากคุณสาวๆ กันค่ะ

  1. ลดปริมาณไขมันในอาหาร เพื่อการลดน้ำหนักอย่างได้ผล ควรหลีกเลี่ยงอาหารจำพวกทอด เพราะน้ำมันในอาหารทอดจะซึมเข้าไปในเนื้ออาหาร สำหรับคนที่ต้องการลดน้ำหนักหรือลดความอ้วนแล้ว ไม่ควรกินอาหารประเภท ทอดเกินวันละ 2-3 ช้อนโต๊ะ หรือไม่กินเลยก็ยิ่งดีที่สุดค่ะ รวมถึงเนื้อสัตว์ติดมันด้วยเหมือนกัน ก็มีไขมันที่ทำให้การลดน้ำหนักของคุณไม่ได้ผลอีกด้วยค่ะ
  2. 2. หลีกเลี่ยงสลัดน้ำข้น หากจะทานสลัด คุณควรเลือกทานสลัดน้ำใส ที่มีไขมันต่ำ หรือมีน้ำตาลน้อยจะดีที่สุดค่ะ
  3. 3. หลีกเลี่ยงการรับประทานก๋วยเตี๋ยวแห้ง เพราะก๋วยเตี๋ยวแห้งนั้นมักจะต้องคลุกเส้นกับน้ำมันหมูหรือกระเทียมเจียวในปริมาณมาก เพื่อให้เส้นก๋วยเตี๋ยวไม่ติดกันและมีความนุ่มลื่นขึ้น ทำให้คุณได้รับไขมันอิ่มตัวสูงเพิ่มขึ้นตามไปด้วยค่ะ ถ้ากินก๋วยเตี๋ยวน้ำแทนจะช่วยลดการใช้น้ำมันหมูลงไปได้มาก เนื่องจากก๋วยเตี๋ยวน้ำมีน้ำหล่อลื่นแทนน้ำมันหมูอยู่แล้วนั่นเองค่ะ
  4. 4. หลีกเลี่ยงการรับประทานก๋วยเตี๋ยวผัด เช่น ก๋วยเตี๋ยวผัดไทย ก๋วยเตี๋ยวผัดซีอิ๊ว และการผัดอื่นๆ เนื่องจากการผัดหรือทอด จะต้องใช้น้ำมันในการประกอบอาหารทำให้น้ำมันซึมเข้าไปภายในเส้นก๋วยเตี๋ยว กลายเป็นน้ำมันล่องหน เสี่ยงต่อน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นของคุณอีกด้วยค่ะ
  5. 5. ควรงดการรับประทานแกงกะทิ เนื่องจากกะทิ ก็มีไขมันที่ได้จากมะพร้าวอยู่ค่ะ จึงทำให้คุณสาวๆ อ้วนขึ้นได้ค่ะ

ทราบกันอย่างนี้แล้ว สาวๆ ที่ชอบทานอาหารทอดๆ มันๆ หรือชอบทานก๋วยเตี๋ยวผัดไทยใส่กากหมูแล้วละก็ ควรจะต้องงดรับประทานกันสักละยะหนึ่งนะคะ เพื่อให้การลดน้ำหนักได้ผลดีดั่งใจปรารถนาค่ะ

สูตรลดน้ำหนัก อย่างได้ผลใน 7 วัน

20

การเลือกรับประทานอาหารที่ชอบและมีรสชาติอร่อยถูกปากนั้น ทำให้บางช่วงคุณอาจเผลอรับประทานจนน้ำหนักเพิ่มขึ้นโดยไม่รู้ตัว จึงจำเป็นต้องสรรหาสูตรหรือวิธีลดน้ำหนักมาใช้บ้าง สูตรลดน้ำหนักที่เราจะนำเสนอกันในวันนี้ ถ้าคุณตั้งใจทำอย่างจริงจัง รับรองว่าเห็นผลเป็นที่น่าพอใจแน่นอนค่ะ

 

วันที่ 1  มื้อเช้า โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1 ถ้วย  มื้อเที่ยง ไข่ต้ม 2 ฟอง  และมื้อเย็น สลัดผักน้ำใส

วันที่ 2  มื้อเช้า น้ำผลไม้คั้นสด 1 แก้ว  มื้อเที่ยง ไข่ต้ม 2 ฟอง  และมื้อเย็น โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1 ถ้วย

วันที่ 3  มื้อเช้า โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1 ถ้วย  มื้อเที่ยง เกาเหลาลูกชิ้น 1 ชาม  และมื้อเย็น สับปะรด 1 ชิ้น

วันที่ 4  มื้อเช้า น้ำผลไม้คั้นสด 1 แก้ว  มื้อเที่ยง ส้มตำ-ไก่ย่าง  และมื้อเย็น โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1 ถ้วย

วันที่ 5  มื้อเช้า น้ำผลไม้คั้นสด 1 แก้ว  มื้อเที่ยง สลัดผักน้ำใส + ไก่ย่าง  และมื้อเย็น สลัดผักน้ำใส

วันที่ 6  มื้อเช้า น้ำผลไม้คั้นสด 1 แก้ว  มื้อเที่ยง ปลานึ่งหรือปลาย่าง  และมื้อเย็น นมสดรสจืด 1 แก้ว

วันที่ 7  มื้อเช้า ข้าว 1 ทัพพี + ไข่ต้ม 1 ฟอง  มื้อเที่ยง เกาเหลาลูกชิ้น 1 ชาม  และมื้อเย็น สับปะรด 1 ชิ้น

 

สูตรลดน้ำหนักที่เรานำมาฝากกันวันนี้  อย่าลืมนำมาใช้เป็นเมนูลดน้ำหนักกันดูนะคะ และต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัดด้วยคุณก็จะได้ผลตามที่ตั้งใจเอาไว้ค่ะ แต่จะได้ผลมากน้อยเพียงใดนั้น ก็ขึ้นอยู่กับระบบการเผาผลาญพลังงานของร่างกายด้วย ดังนั้นคุณจึงควรออกกำลังกายควบคู่ไปกับการควบคุมการรับประทานอาหารตามสูตรนี้ด้วย รับรองว่าคุณจะลดความอ้วนได้อย่างมีประสิทธิภาพสมดั่งใจเลยค่ะ

กีฬาต่อยมวยช่วยลดอัตราการเกิดโรคภูมิแพ้ได้

หลายคนอาจจะเลือกเฟ้นหากีฬาที่ตัวเองชื่นชอบเพื่อเป็นงานอดิเรกกันไป เนื่องจากเป็นกิจกรรมที่เสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรงอยู่แล้ว ซึ่งโดยในปัจจุบันมีการระบุว่าอัตราการเกิดโรคต่างๆนั้น ลดลงได้จากการเล่นกีฬา และการออกกำลังกาย เพราะเป็นแรงกระตุ้นให้ร่างกายต้องใช้งานอยู่เสมอ แถมยังสอนให้เรารู้สึกควบคุมอาหารได้อย่างดีอีกต่างหาก เราจะไม่ค่อยรู้สึกหิว เมื่อออกกำลังกายอย่างใดอย่างหนึ่งเสร็จ หรือถึงแม้จะหิว แต่ก็รู้สึกว่ากินได้น้อยลง นั่นเป็นเพราะร่างกายเราต้องการแป้งและพลังงานทดแทน จากนั้นก็การพักผ่อนนั่นเอง

นั่นถือว่าเป็นเหตุผลของคนที่อยากลดความอ้วนเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งคนส่วนมากต้องการออกกำลังกายเพื่อหวังผลในด้านนี้ทุกคน แต่ทว่าในตอนนี้ก็ได้มีคนบางกลุ่มประสบปัญหาโรคภูมิแพ้อยู่เป็นจำนวนมาก และยากต่อการรักษาให้หายขาดได้ ฉะนั้นแล้ว เราจึงมาแนะนำกีฬาการวิธีการออกกำลังกายที่จะช่วยให้คุณแก้ปัญหาโรคภูมิแพ้ได้ดีกว่า นั่นก็คือ การต่อยมวยนั่นเอง

5.1

ทำไมการต่อยมวยจึงช่วยรักษาภูมิแพ้ได้?

คุณอาจจะฟังไม่ผิดหรอกครับว่ากีฬาต่อยมวย เกี่ยวอะไรกับการรักษาภูมิแพ้ แน่นอนว่าโรคภูมิแพ้เกิดได้จากการแพ้อาการและฝุ่นละอองต่างๆ เกิดขึ้นได้จากปฏิกิริยาของเราเร็วต่อการเข้ามาของสิ่งแปลกปลอม เราจึงรู้สึกอยากจามอยู่ตลอดเวลา และยิ่งผลกระทบจากการจาม ก็จะทำให้คันตาและตาแดงได้ในที่สุด โรคนี้เป็นแล้วไม่สามารถหายขาดได้ แต่สามารถยับยั้งไม่ให้เกิดได้ ด้วยวิธีการต่อยมวย โดยการต่อยมวย จะต้องมีความพร้อมทั้งสภาพร่างกายและจิตใจ ทุกเช้าคุณจะต้องออกไปวิ่งวอมก่อนเป็นอันดับแรก เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายชินต่อทุกสภาพอากาศ ส่วนนี้จะช่วยให้เราต่อสู้กับสภาพอากาศที่เราแพ้ไปในตัว และยิ่งคุณวิ่งมากเท่าไหร่ ร่างกายก็จะกระตุ้นระบบการหายใจให้รู้สึกดีมากขึ้นเท่านั้น

กีฬาต่อยมวย ไม่ใช่ว่าคุณไปต่อยกับคู่ต่อสู้แล้วจะหายจะโรคได้เลย อันนั้นเรียกว่าเป็นปลายทางของการฝึก แต่ถ้าเราอยากจะหาย อันนี้จะขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายและโปรแกรมการฝึกมากกว่า ถ้าเราหมั่นฝึกซ้อม เตะ ต่อย กระสอบทรายจนชินแล้ว นั่นเท่ากับคุณได้เผาผลาญพลังงานไปหลายแคลลอรี่แล้ว ซึ่งมันจะช่วยให้ร่างกายของคุณเกิดภูมิต้านทานและยับยั้งโรคภูมิแพ้ได้บ้างบางส่วน

5.2

ภูมิต้านทานแข็งแรงจากอาหารที่เลือกรับประทาน

อีกส่วนหนึ่งก็จะต้องขึ้นอยู่กับอาหารการกินด้วย ยิ่งคุณใช้พลังงานในการต่อยมวย คุณก็จะต้องยิ่งกินผัก เนื้อ ปลา ผลไม้ให้มากขึ้น เพื่อเป็นการเพิ่มน้ำหนักกล้ามเนื้อให้กับคุณเอง ส่วนนี้จะเข้าไปช่วยเสริมสร้างร่างกายให้มีภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติของเรา แน่นอนว่า กีฬาต่อยมวยถือเป็นกีฬาที่เผาผลาญแคลลรี่มากที่สุดเป็นอันต้นๆของกีฬาทุกชนิด แถมยังช่วยกระตุ้นร่างกายให้แข็งแรงอย่างเร่งรัดและเหนื่อยง่ายด้วย  ซึ่งมันไม่แปลกว่าทำไมกีฬาต่อยมวย ถึงช่วยยับยั้งโรคภูมิแพ้ได้บ้าง เพราะมันเป็นกีฬาที่ทำให้ร่างกายต้องฝึกฝนอย่างหนักถึงทำให้สภาพอ่อนล้าที่สุด

และถ้าใครที่ทนการฝึกมาได้และเล่นจนเป็นงานอดิเรกไปแล้ว  เราจะรู้เลยว่าร่างกายของเราทนต่อสภาพอากาศและฝุ่นละอองได้มากขนาดไหน ยังไงถ้าใครที่เอกับปัญหานี้อยู่ก็ลองไปฝึกต่อมวยได้ครับ หรือไม่ก็หากีฬาหนักๆก็ได้ รับรองว่า คุณจะลืมโรคภูมิแพ้ของคุณไปเลย

ข้อควรปฏิบัติที่คุณแม่หลังคลอดควรทำ!

การคลอดลูก ถือได้ว่าเป็นสิ่งที่วิเศษมากๆ สำหรับคุณแม่หลายคน เพราะเราจะต้องอดทนเพื่อลูกน้อยให้ออกมาลืมตาดูโลกได้อย่างแข็งแรง สมบูรณ์ และไม่มีโรคใดมาย่างกรายได้ แต่คุณแม่บางคนเมื่อคลอดเสร็จแล้ว จะไม่ค่อยห่วงตัวเองสักเท่าไหร่ แต่จะไปห่วงลูกน้อยแทนมากกว่า นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้หญิงหลังคลอดร่างกายอ่อนเคลีย และเหนื่อยง่าย บางคนถึงกับขี้เกียจจนอ้วนไปเลยก็มี ฉะนั้นแล้ว ถ้าหากคุณผู้หญิงหลายๆ คนอยากจะมีสุขภาพที่ดีหลังจากคลอดเสร็จแล้ว ควรปฏิบัติตนตามดังนี้

6.1

  1. งดของเค็มจัด เผ็ดจัด ทุกชนิด

อันนี้ใครหลายคนจะยังไม่ค่อยทำตอนหลังคลอดใหม่ๆ หรอก แต่จะไปเริ่มจัดหนักจัดเต็มในตอนที่หลังคลอด 2 สัปดาห์แล้ว ซึ่งเรามักจะคิดว่าแผลได้ไปบ้างแล้ว คงทานอาหารเหล่านี้ได้แล้วมั๊ง ขอบอกว่า ยังเป็นไปไม่ได้ครับ ถึงแม้ว่าคุณจะไม่ได้ทานในช่วงเวลาอุ้มท้องอยู่ จนอยากทานมากก็ตาม ขอให้คุณอดทนอีกสักนิด เพื่อให้แผลเข้าที่เข้าทางเสียก่อน เพราะของเค็มจัดหรือเผ็ดจัด จะเข้าไปทำให้ตับทำงานหนัก ส่งผลให้ฟอกเลือดไปหล่อเลี้ยงได้ไม่ดีพอ อาจทำให้แผลหายช้าและบวมอักเสบเอาได้ แถมของเผ็ดก็จะทำให้ปวดท้อง ซึ่งอาหารปวดอาจจะไปกระตุ้นแรงเจ็บของช่องคลอดได้เช่นกัน

  1. ดูแลรักษาความสะอาด

แน่นอนว่า พอหลังคลอด สิ่งที่มาพร้อมกับเรา มักจะเป็นคราบเลือด หรือเหงื่อที่ตกค้างในร่างกาย เพราะฉะนั้น เราควรอาบน้ำชำระร่างกายให้สะอาด ซึ่งคุณแม่ทุกอาจจะเจ็บที่ช่องคลอดหรือช่องท้องบ้าง (ในกรณีผ่า)  ฉะนั้นควรค่อยๆทำความสะอาดให้ดีๆ  หรือสำหรับคุณแม่ที่ผ่าคลอด แต่ไม่ได้ใช้พลาสเตอร์กันน้ำปิดแผล ก็ควรที่จะใช้วิธีเช็ดตัวให้สะอาดจะดีกว่า ที่สำคัญคือ รักษาความสะอาดบริเวณเต้านมให้ดี เพราะตอนนั้นจะเริ่มคัดหัวนม เพื่อพร้อมให้ลูกกินนมแล้ว

6.2

  1. รับมือกับการดูดนมของลูก

หลังจากคลอดเสร็จแล้ว ในเวลาอีกไม่นาน พยาบาลจะให้ลูกมาดูดนมแม่ทันที เพื่อให้เรากระตุ้นฮอโมนต์ในการหลั่งนม และให้ลูกรับสารอาหารในช่วงแรกเกิดที่ดีที่สุด ลูกจะดูดนมแรง เพื่อกระตุ้นหัวนม ฉะนั้น เราจึงต้องฝึกในเรื่องนี้ ซึ่งต้องใช้เวลา 2-3 วัน

  1. ออกกำลังกาย กินอาหารให้ครบ 5 หมู่

มันอาจจะเป็นสิ่งที่พูดง่าย ใครๆ ก็ทำได้ แต่สำหรับคุณแม่หลังคลอดแล้ว ไม่ง่ายอย่างที่คิด การออกกำลังกาย เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำให้ในช่วงแรกๆ และต้องรับประทานอาหารที่เตรียมไว้อย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะ โปรตีน แป้ง ผัก ผลไม้ ยิ่งต้องได้รับสารอาหารเหล่านี้ให้มากที่สุด เพื่อให้ฟื้นฟูร่างกายและส่วนที่เป็นแผลให้แข็งแรง และยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการหลั่งนมให้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย การออกกำลัง  ก็จะทำให้คุณแรงไม่เปลี้ย สามารถหยิบจับหรือขยับตัวได้รวดเร็ว ควรออกกำลังกายแบบง่ายๆ ก่อน ถ้าหากทำแล้วเจ็บช่องคลอด ให้ควรหยุดทันที เพราะไม่งั้นแผลอาจจะเปิดเอาได้ ความจริงถ้าช่วงเวลาที่ควรออกกำลังกายมากที่สุดก็คงจะเป็นหลังคลอด 2 -3 สัปดาห์แล้ว เพราะช่วงนั้นจะเป็นช่วงที่ร่างกายกำลังฟื้นฟูอยู่ในสภาพปกติที่สุด

อย่างไรก็ดี คุณแม่ทุกคนควรมีการฝึกฝนและเตรียมความพร้อมให้มากๆ เพราะเราไม่สามารถรู้ได้ว่า เหตุการณ์ไม่คาดคิดจะเกิดขึ้นได้เมื่อไหร่ เช่น ตกเลือด เลือดออกเยอะ หรือเด็กไม่ยอมเอาหัวออกมา เป็นต้น ซึ่งการเตรียมตัวก็มีความสำคัญพอๆ กับการรับมือหลังคลอดเลย เพราะฉะนั้น อย่าเตรียมรับมือเฉพาะหลังคลอดอย่างเดียว แต่ต้องเตรียมตั้งแต่ก่อนคลอดด้วย โดยเฉพาะสุขภาพของลูกน้อยและตัวคุณแม่เอง

อาหารดีที่ควรทาน หลังออกกำลังกายเสร็จ

การออกกำลังกาย ถือได้ว่าเป็นยาชนิดหนึ่งที่บำรุงร่างกายเรา โดยไม่ต้องไปซื้อที่ไหนเลย  ซึ่งมันก็ผู้คนหลากหลายที่ออกกำลังกายเพื่อจุดประสงค์หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น เพื่อให้ร่างกายแข็งแรง ไม่เจ็บไม่ป่วย ต้องการให้ร่างกายสดชื่นในยามเช้า หรือแม้กระทั่งให้หุ่นดูสวยงาม ซึ่งโดยในกรณีหลัง ถ้าหากเรามัวแต่ออกกำลังกายอย่างเดียว แต่ไม่รู้จักรับประทานอาหารที่มีประโยชน์อะไร ก็ไม่สามารถช่วยได้ แน่นอนว่าการออกกำลังกายเพื่อหวังผลได้ด้านสรีระ  การกินของธรรมดาๆอาจจะไม่ทำให้เกิดผลได้ในช่วงเวลาสั้นๆ แต่ถ้าหากคุณอยากจะมีกล้ามเนื้อที่ใหญ่โต สวยงามจริงๆ เรามีสิ่งที่จะต้องกินหลังจากออกกำลังกายเสร็จมาให้คุณเลือกกันครับ

7.1

เวย์โปรตีน

แน่นอนว่า เวย์โปรตีน จัดได้ว่าเป็นโปรตีนยอดนิยมของคนเล่นกล้ามเหลือเพาะกายที่สุด ถือเป็นสวรรค์ชั้นดีในการสร้างกล้ามเนื้อ แถมยังกินง่าย แค่ชงกับน้ำเท่านั้นเอง การดื่มเวย์หลังจากออกกำลังกายเสร็จ จะช่วยให้ร่างกายซ่อมแซมส่วนที่อ่อนล้า เพราะเมื่อเราออกกำลังกายหนักๆ ก็เท่ากับเราใช้ร่างกายหนักไปด้วย เพราะฉะนั้น เราควรกินเวย์โปรตีนในการซ่อมแซม หลังจากออกกำลังกายเสร็จจะดีที่สุด

เนื้อไก่

เนื้อไก่ จัดได้ว่าเป็นโปรตีนชั้นดีพอๆกับเวย์โปรตีนเลย แต่ถ้าให้พูดถึงเนื้อไก่จะดูครอบคลุมไป เพราะฉะนั้น ขอจำกัดแค่ส่วนคำว่า “อกไก่” ดีกว่า  เนื่องจากไม่มีไขมันแทรก และมีแคลลอรี่พอให้พลังงานได้อย่างดีด้วย คนที่ออกกำลังกายเสร็จ ถ้าหากอยากให้มีกล้ามเนื้อสวยๆ ก็ควรรับประทาน อาหารเมนูเนื้อไก่ จะได้พลังงานมากขึ้น และไม่ทันให้คุณอ้วนอย่างแน่นอน

7.2

ไข่ขาว

ไข่ขาว มีส่วนโปรตีนและคุณค่าทางสารอาหารสูง เมื่อร่างกายออกกำลังกายหนัก มันจะสูญเสียน้ำและแร่ธาตุต่างๆไป เพราะฉะนั้น หากคุณกินไข่ขาวเยอะๆ หลังออกกำลังกายเสร็จ ร่างกายก็จะดูดซึมสารอาหารจากไข่ขาวได้เร็ว ทำให้กล้ามเนื้อพองได้เร็วเช่นกัน ยิ่งถ้าคุณไปกินอกไก่ด้วย จะยิ่งช่วยเพิ่มร่างกายให้ดูแข็งแรงมากเป็นพิเศษเลย แต่ก็ควรดูขีดจำกัดที่เราควรจะรับประทานในแต่ละวันด้วย เพราะร่างกายเราสามารถดูดซึมโปรตีนได้ไม่กี่กรัมเอง

เนื้อปลา

เนื้อปลา เป็นอาหารดีเพื่อคนรักสุขภาพและมีความนิยมรับประทานอย่างแพร่หลาย เพราะมีไขมันดีแทรกอยู่ ผู้ที่เล่นฟิตเนตหรือลดน้ำหนัก สามารถใช้วัตถุดิบนี้ สร้างเป็นอาหารลดน้ำหนัก และเพิ่มน้ำหนักได้ในเวลาเดียวกัน ฉะนั้นแล้ว เราก็ควรรับประทานปลาในช่วงออกกำลังกายเสร็จได้ เพื่อสุขภาพร่างกายและโปรตีนจากเนื้อปลา แต่เราก็ต้องดูด้วยว่า ปลาแต่ชนิดมีไขมันมากน้อยขนาดไหน เช่น ปลาดุก เป็นต้น สำหรับปลาดุกนั้นไขมันเยอะมากทีเดียว ดังนั้น คนที่ต้องการลดน้ำหนัก ควรหลีกเลี่ยงที่จะรับประทานปลาดุก แต่หันมากินปลาไขมันต่ำอย่างปลาทู ปลาทูน่าและปลาแซลมอนดีกว่า

7.3

เนยถั่ว

เรื่องนี้หลายคนอาจจะไม่ค่อยได้รู้เท่าไรนัก เพราะมันมีคำว่า “เนย” อยู่ด้วย เลยทำให้เรารู้สึกว่า มันมีน้ำตาลอยู่ในตัว แต่ความจริงแล้ว เนยถั่ว ไม่มีเนยผสมอยู่เลย แต่ด้วยกระบวนการแปรรูปให้ถั่วมันมีคุณลักษณะละเอียดเหมือนเนยที่สุด เราจึงเรียกว่ามัน เนยถั่ว ความจริงคือ เนยถั่วมีประมาณแคลลอรี่น้อย แต่มีสารโปรตีนเยอะ ถ้าเรารับประทานเนยถั่วหลังจากออกกำลังกายเสร็จทันที จะช่วยให้ร่างกายมีประสิทธิภาพได้ดีขึ้น แถมความหวานเค็มๆ นิดๆ จากถั่ว จะช่วยเพิ่มความสดชื่นจากเกลือแร่ให้เราได้ขึ้นอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม สำหรับใครที่ต้องการอยากจะเสริมสร้างสมรรถนะร่างกาย ให้มีความแข็งแรงมากขึ้น ก็สามารถนำอาหารเหล่านี้มารับประทานได้ เพื่อที่จะให้กล้ามเนื้อเราแข็งแรง ใหญ่ขึ้น สวยงามขึ้น  อีกทั้งยังนำไปต่อยอดเป็นการลดความอ้วนให้มากขึ้นได้อีกด้วย

ประโยชน์ของการเต้นแอโรบิค

สำหรับคุณผู้หญิงหลายๆ คนที่ไม่ว่าจะสาวก็ดี จะสูงอายุก็ดี ซึ่งไม่รู้ว่าจะเลือกทำสิ่งใดเพื่อเป็นการลดน้ำหนักให้กับร่างกาย เชิญฟังทางนี้ครับ เนื่องจากวิธีการลดน้ำหนักและการรักษาสุขภาพด้วยการออกกำลังกาย มันมีอยู่หลากหลายวิธีมาก แต่ไม่รู้ว่าวิธีไหนจะเห็นผลเร็วที่สุด ขอบอกว่าไม่มีครับ เพราะการออกกำลังกาย คือการปรับสมดุลร่างกายและลดไขมันที่ไม่จำเป็นออกไป เราจึงต้องออกกำลังกายเพื่อให้ระบบการเต้นของหัวใจและหลอดเลือดเป็นไปอย่างดีขึ้น ซึ่งทั้งนี้ถ้าหากใครที่ไม่รู้ว่าจะทำอะไรเพื่อเป็นการออกกำลังกายดี คุณลองมองหากิจกรรมง่ายๆ ก็ได้ครับ อย่างเช่น แอโรบิค เป็นต้น

Moving people

Moving people

แอโรบิคคืออะไร?

แอโรบิค คือกิจกรรมการเต้นออกกำลังกายชนิดหนึ่ง เป็นกิจกรรมที่เผาผลาญได้ดี และไม่ส่งผลกระทบรุนแรงต่อระบบร่างกายมากนัก คุณผู้หญิงหลายๆคนหรือคนเฒ่าคนแก่จึงนิยมมาออกกำลังกายด้วยวิธีนี้กันอย่างมาก และมีการวิจัยออกมาแล้วว่า กิจกรรมการเต้นแอโรบิค จะช่วยให้ร่างกายเผาผลาญและเสริมสร้างสมรรถภาพให้ดีกว่าเดิมเสียอีก ชนิดที่ว่าคนแก่ที่ไม่ค่อยมีแรง ถ้าเล่นกีฬานี้ ก็จะกลับมาแข็งแรงได้เลยทีเดียว แต่จะต้องใช้เวลาและควบคุมอาหารการกินอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะสำหรับผู้หญิงที่ต้องการจะลดน้ำหนัก ควรจัดวางโปรมอย่างเคร่งครัดในการรับประทานอาหาร ซึ่งการลดน้ำหนักไม่ได้มีผลมาจากการเต้นแอโรบิคอย่างเดียว แต่จะต้องขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการกินของคุณด้วย โดยประโยชน์ของการเต้นแอโรบิคจะส่งผลต่อร่างกายและความอ้วนของเราดังนี้

8.2

  1. หากเต้นเป็นเวลาอย่างน้อย 30 นาที ระบบร่างกายจะเกิดการเผาผลาญหายไปถึง 250 แคลลอรี่ โดยที่เราไม่รู้สึกเหนื่อยเลย และคาดว่าพวกคุณทุกคนคงจะสามารถเต้นแอโรบิคให้ได้อย่างน้อย 1 ชั่วโมงก็เป็นได้
  2. การเต้นแอโรบิค จะช่วยในการยืดเส้นเอ็นและข้อต่อกระดูกต่างๆ ไม่ให้เสื่อมเร็ว เพื่อที่เราจะไม่ต้องปวดตามบริเวณข้อพับอีกต่อไป โดยมันจะเป็นปัญหาสำหรับคนเฒ่าคนแก่อย่างมาก
  3. การเต้นแอโรบิค จะช่วยลดไขมันทั้งส่วนแขน และหน้าท้องได้ดี ซึ่งการเน้นท่าที่กระชับส่วนๆนั้นได้ง่ายๆ หากทำบ่อยๆก็จะยิ่งช่วยให้เห็นผลเร็วขึ้น
  4. นอกจากจะช่วยลดความอ้วนได้แล้ว ยังช่วยลดอัตราการเกิดโรคความดันโลหิตสูง และฟื้นฟูระบบหัวใจให้ทำงานตามปกติอีกด้วย

8.3

  1. ทำให้ระบบการหายใจดีขึ้น รู้สึกโล่งขึ้น ซึ่งลดอัตราการเกิดโรคภูมิแพ้ด้วย
  2. เป็นกีฬากิจกรรมที่เล่นง่าย ทำง่าย เราจะรู้สึกเผาผลาญไปโดยไม่รู้ตัว ทั้งๆที่ร่างกายได้รับการเผาผลาญแคลลอรี่อยู่แล้ว ต้องขอย้ำว่า หลังเล่นเสร็จ ไม่ควรดื่มน้ำอัดลม หรือน้ำหวาน เพราะจะช่วยเพิ่มปริมาณแคลลอรี่ให้มากขึ้น และสิ่งที่เต้นมาทั้งหมด จะไม่เกิดผลใดๆ เลย เพราะเราเติมแคลลอรี่ที่เสียไป ไปหักล้างกับการเต้นแล้ว ยังไงก็ควรระวังในเรื่องนี้ด้วยนะครับ เพราะการจะลดความอ้วนให้เห็นผล จะต้องขึ้นอยู่ที่การควบคุมอาหารเป็นหลัก ส่วนการเต้นแอโรบิคหรือการออกกำลังกายนั้นเป็นรอง

 

 

 

โทษจากการออกกำลังกายอย่างหนัก รู้แล้วเลี่ยงซะ!

การจะทำสิ่งใดเพื่อสุขภาพ เมื่อมีผลบวก ก็ต้องมีผลลบเป็นธรรมดา หากเราทำสิ่งนั้นมากจนเกินไป มันก็จะกลายเป็นผลเสียต่อร่างกายเราอย่างไม่รู้ตัว เช่นเดียวกับการออกกำลังกาย ที่ถ้าเราหักโหมมากจนเกินไป มันก็จะทำให้ร่างกายเราเหนื่อยล้าและต้องการพลังงานมากกว่าเดิม ยิ่งคุณไม่รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ หรืออดอาหารเพราะต้องการอยากจะผอมด้วยแล้ว ยิ่งทำให้เสียเข้าไปใหญ่ เพราะร่างกายคนเราตามธรรมชาติถูกสร้างมาให้อยู่รอด

หากคุณสูญเสียพลังงานไปมากมายแล้วไม่ยอมเติมพลังงานให้ตัวเอง มันก็จะกักเก็บสะสมแป้งกับไขมันเอาไว้ ไม่ยอมขจัดออกไป เพื่อที่จะได้ดูดซึมให้ร่างกายพอมีพลังงานเหลืออยู่บ้าง ฉะนั้นแล้ว การออกกำลังกาย คุณควรออกกำลังกายอย่างพอเหมาะ ไม่ควรหักโหมเอาเป็นเอาตาย ถ้าอย่างนั้นต่อให้คุณเล่นนักขนาดไหนก็ไม่ช่วยอะไรขึ้นมาได้ จะมีแต่ส่งผลเสียต่อร่างกายเปล่าๆ ทั้งนี้ เราไปดูกันดีกว่าว่า ผลเสียของการออกกำลังกายมีอะไรบ้าง

9.1

  1. ทำให้ร่างกายไม่อยากอาหารจนร่างกายซูบผอม

สำหรับคนบางคนที่มีปริมาณแคลลอรี่พอเหมาะ เมื่อออกกำลังกายอย่างใดอย่างหนึ่งแล้ว จะไม่ค่อยรู้สึกหิวสักเท่าไหร่นัก เวลาออกกำลังกายเสร็จ เนื่องจากด้วยปฏิกิริยาจากความเหนื่อย และร่างกายกำลังอยู่ในช่วงเผาผลาญ ทำให้เราไม่รู้สึกเลยว่าอยากจะกินหรือรับประทานอะไร แต่อาการนี้จะไปเกิดขึ้นหลังจากนั้นได้แค่ 2-3 ชั่วโมง เพราะฉะนั้น หากคุณไม่รับประทานอาหารในช่วงเวลาที่ออกกำลังกายเสร็จ พอ 3 ชั่วโมงถัดไป มันก็จะแสดงอาการหิวขึ้นมาเอง แต่ยิ่งคุณดื้อไม่ยอมกินอะไรเลยเพื่อไปเสริมพลังงาน ร่างกายของคุณก็จะได้รับสารอาหารที่ไม่เพียงพอ และทำให้โทรมในที่สุด ทั้งๆที่มันทำให้ผอมก็จริง แต่ผอมแบบไม่ได้สุภาพ

9.2

  1. หน้าโทรมไม่รู้ตัว

การออกกำลังกาย เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ทำให้เราสดชื่น แต่ในทางกลับกัน ก็ทำให้หน้าเราโทรมได้อีกด้วย ด้วยปัญหาที่เราหักโหมมากไป จนพลังงานที่เราใช้ไม่เพียงพอ ทำให้สารอาหารที่มันควรจะไปเสริมร่างกายของเราหมดลง และทำให้เซลล์ผิวไม่ผลิตเซลล์ใหม่ ก่อเกิดให้หน้าเราดูโทรมขึ้นทันตาเห็น คุณลองสังเกตดูง่ายๆว่า หลังจากออกกำลังกายอย่างหนัก ถ้าคุณลองไปส่องกระจกดู คุณจะรู้เลยว่าหน้าเราโทรมมากขนาดไหน เพราะฉะนั้น วิธีแก้ปัญหาก็คือ ต้องพยายามรับประทานผัก ผลไม้ ในทันที เพื่อให้ผิวพรรณดูชุ่มชื้น หรืออีกอย่างก็คือ ทาครีมบำรุงผิว หลังจากอาบน้ำทำความสะอาดจนเสร็จแล้ว

9.3

  1. ร่างกายอ่อนล้า

ความจริงแล้ว จุดประสงค์ของการออกกำลังกาย ก็คือทำให้ร่างกายแข็งแรง แต่ในทางกลับกัน มันก็ทำให้ร่างกายอ่อนล้าได้อีกด้วย ถ้าหากเราออกกำลังกายไม่เป็น นั่นก็คือ ออกกำลังกายโดยไม่พักเลยแม้แต่วันเดียว ถ้าในกรณีออกกำลังกายเบาๆ อันนี้ยังพอได้ครับ แต่ถ้าหากคุณไปเล่นประเภทฟิตเนต ยกเวต เพาะกาย ต่อยมวย อันนื้ถือว่าควรได้รับการพักผ่อนบ้าง เพราะถ้าเราไม่พักผ่อนเลย ร่างกายเราจะอ่อนเพลียได้ง่ายเพราะใช้พลังงานไปเยอะ ถึงแม้จะฟิตปั๋งขนาดไหนก็ตาม ควรมีการพักผ่อนอย่างน้อยวันเว้นวันบ้าง จะทำให้ร่างกายเรากลับมาแข็งแรงได้ดังเดิม แต่ที่สำคัญ ควรรับประทานอาหารประเภทโปรตีนและผักให้มากๆ รับรองว่าร่างกายคุณจะแข็งแรงปราศจากโรคอย่างแน่นอน

เพราะฉะนั้นแล้ว เราควรได้รับการพักผ่อนอย่างน้อยวันเว้นวันบ้าง ในขณะที่ออกกำลังกาย จะได้ไม่ทำให้ร่างกายเราโทรมไปมากกว่า และกลับมาแข็งแรงได้ดังเดิม และที่สำคัญ ควรรับประทานอาหารประเภทโปรตีนและผักให้มากๆ รับรองว่าร่างกายคุณจะแข็งแรงปราศจากโรค และความอ่อนแออย่างแน่นอน